ก้าวสู่ปีที่ 4 ของรายการ The Face Thailand ในปีนี้ มาในรูปแบบที่เซอร์ไพรส์ทั้งวงการ เมื่อนำแสดงผู้เข้าแข่งขันในฤดูกาลที่ 1-3 และยิ่งร้อนแรงยิ่งขึ้นไปอีกคือการเปิดตัว Mentor ทั้ง 6 คนของปีนี้!

นำโดย ลูกเกด เมทินี, บี น้ำทิพย์, คริส หอวัง, พลอย เฌอมาลย์ และเมนเทอร์หน้าใหม่อย่าง พิม, ซอนย่า และ ศรีริตา เจนเซ่น การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 3 ทีม โดยแต่ละทีมมีพี่เลี้ยง 2 คน แต่ใครจะอยู่ในทีมยังไม่ได้รับการเปิดเผยจากการแสดง

The Face Thailand

ในปี 2560 The Face สำหรับผู้เข้าแข่งขันชาย ถูกผลิตขึ้นในชื่อ The Face Men Thailandในปี 2561 การแสดงได้รับการปล่อยตัว The Face Thailand Season 4 All-Stars โดยนำผู้เข้าแข่งขันจาก 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา และผู้เข้าแข่งขันจาก The Facemen Thailand Season 1 กลับมาลงแข่งขันอีกครั้ง จึงเป็นการแข่งขันที่ผสมผสานกันระหว่างชายและหญิง นอกจากนี้ จำนวนพี่เลี้ยงในฤดูกาลนี้เพิ่มขึ้นเป็น 6 คน โดยมีกำหนดการออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2018
ในปี 2019 ฤดูกาลที่ 5 เป็นการแข่งขันแบบผสมผสานระหว่างชายและหญิงอีกครั้ง และโปรแกรมได้เพิ่มตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ Master Mentor โดยกำหนดให้มี Master Mentor จำนวน 3 คน ดูแลและให้คำแนะนำผู้เข้าแข่งขัน และปฏิบัติไปพร้อมกับพี่เลี้ยงทั่วไป

กติกาของรายการ
ผู้เข้าแข่งขันจะได้พบกับผู้ฝึกสอนสามคน เรียกว่า Mentors ในรอบแรกผู้เข้าแข่งขันจะต้องล้างเครื่องสำอางเพื่อถ่ายภาพใบหน้าที่เป็นธรรมชาติ แต่ละคนมีโอกาสถ่ายภาพเพียงภาพเดียวหากพี่เลี้ยง 2 ใน 3 คนประกาศ จะเข้าสู่รอบต่อไปซึ่งกำลังเดินไม่เห็นหน้าผู้เข้าแข่งขัน และจะต้องผ่านพี่เลี้ยง 2 ใน 3 คนด้วย จากนั้นผู้เข้ารอบสุดท้ายก็ต้องแต่งหน้าเป็นของตัวเองและถ่ายรูปให้ Mentor อย่างน้อย 1 คนจึงเลือกร่วมทีมได้ หากไม่มีการเลือก Mentor เลยก็จะถูกคัดออก หากเลือก Mentor ได้ 1 คน ระบบจะเข้าทีม Mentor นั้นทันที ถ้ามีเมนเทอร์ให้เลือกมากกว่า 1 คนก็จะมีสิทธิเลือกพี่เลี้ยงเข้าทีมได้ ผู้ให้คำปรึกษาแต่ละคนสามารถมีสมาชิกในทีมได้สูงสุด 5 คน ดังนั้นจะมีผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 15 คนในรอบถัดไป ในบางฤดูกาล พี่เลี้ยงสามารถมีสมาชิกในทีมได้สูงสุด 6 คน ทำให้ผู้เข้าแข่งขันในฤดูกาลนั้นมีจำนวนทั้งสิ้น 18 คน

ในแต่ละตอน ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับการฝึกและแข่งขันที่เรียกว่า Master Class (Master Class) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการวอร์มอัพก่อนการแข่งขันจริงครั้งต่อไป มาสเตอร์คลาสแต่ละคนมีที่ปรึกษาหนึ่งคนสลับกันสอนและมีความท้าทายที่หลากหลาย บางตอนได้รับเชิญจากผู้พิพากษาภายนอก ผู้ชนะของคลาสมาสเตอร์จะได้รับรางวัลพิเศษ

หลังจากมาสเตอร์คลาส ผู้แข่งขันต้องทำภารกิจท้าทายเพื่อค้นหาทีมที่ชนะซึ่งเรียกว่าแคมเปญ ความท้าทายถูกท้าทายและตัดสินโดยผู้ตัดสินภายนอก ที่ปรึกษาจะสอนผู้เข้าแข่งขันถึงวิธีการทำสิ่งท้าทายให้สำเร็จ ผู้ชนะมาสเตอร์คลาสจะมีสิทธิ์เลือกลำดับทีมที่เข้าแข่งขันในแคมเปญ ทีมหรือบุคคลที่ทำให้ทีมชนะในแคมเปญ ให้สิทธิ์ Mentor ในการยกเว้นสมาชิกในทีมคนอื่นๆ ออกจากการแข่งขัน

เมื่อสิ้นสุดแคมเปญ พี่เลี้ยงของทีมที่แพ้จะต้องส่งสมาชิกในทีมอย่างน้อยหนึ่งคนไปที่ห้องคัดออกไปยังพี่เลี้ยงของทีมที่ชนะ ที่ปรึกษาของทีมที่แพ้สามารถส่งสมาชิกได้มากกว่าหนึ่งคน ในขณะที่พี่เลี้ยงของทีมที่ชนะจะสามารถเลือกผู้เข้าแข่งขันได้เพียงคนเดียวในห้องน็อคเอาท์โดยที่ไม่สามารถนำผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ในห้องน็อคเอาท์ได้ กลับมาอยู่ในทีมและไม่สามารถดึงสมาชิกในทีมคนอื่นมาเป็นทีมของตัวเองได้ การกำจัดผู้เข้าแข่งขันแต่ละครั้งไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ตกรอบจะต้องด้อยกว่าผู้เข้าแข่งขันอีกคนที่อยู่ในห้องคัดออกด้วยกันในขณะนั้น นอกจากนี้พี่เลี้ยงของทีมที่ชนะยังมีทางเลือกในการสละสิทธิ์ในการกำจัดในเวลานั้น

ก่อนแคมเปญสุดท้าย ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือจะเข้าสู่ห้องคัดออกเพื่อให้ Mentor คัดเลือกผู้เข้ารอบ 4 คนสุดท้าย โดยสามคนเป็นสมาชิกของทีม Mentor แต่ละทีม และอีก 1 คนมาจากการคัดเลือกของ Mentor ชนะแคมเปญ พวกเขาอาจไม่ใช่สมาชิกของทีมของตัวเอง

แคมเปญสุดท้ายคือการจัดฉากในละครหรือภาพยนตร์ ผู้ชนะของแคมเปญและพี่เลี้ยงของผู้ชนะจะได้รับรางวัลพิเศษ ผู้ที่แพ้แคมเปญจะไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย แคมเปญนี้จะประกาศผลการถ่ายทอดสดรอบสุดท้าย (Final Walk)

การแข่งขันรอบสุดท้ายคือ Final Walk โดยผู้เข้ารอบ 3 คนจะเดินไปพร้อมกับพี่เลี้ยง นี่คือการถ่ายทอดสดหลังจากการประกาศผลแคมเปญสุดท้าย ผู้ชนะการแข่งขันเดินนี้จะเป็นใบหน้า โดยร่วมความงามกับแบรนด์เครื่องสำอาง นางแบบ นิตยสารแฟชั่น ร่วมงานกับช่อง 3

ดูย้อนหลัง : รายการซูเปอร์หม่ำ
สนับสนุนโดย : ufa168

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น